Home

Saturday, March 24, 2012

Review :: ทำคิ้วฟรีกับ Anastasia

ทราบข่าวมาจากห้องแป้งตั้งแต่เดือน ก.พ. แล้วว่าช่วงนี้ Anastasia มีโปรโมชั่นให้เข้าไปทำคิ้วได้ฟรี  เลยโทรไปจองโดยพลันเพราะอยากทำคิ้วกับที่นี่มานานมาก  แต่ราคามันยากแก่การทำใจเข้าไปทำเลยไม่ได้ฤกษ์เข้าไปทำซักที  นัดไว้ล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนเลย เพราะวันที่รู้ข่าวเพิ่งกันคิ้วไป คิ้วสั้นกุดเลย  ทาง Anastasia เค้ากำหนดไว้ว่าควรเลี้ยงคิ้วอย่างน้อย 3 อาทิตย์ถึงจะไปทำได้เพราะจะทำให้ช่างได้เห็นแนวขนคิ้วของเราอย่างชัดเจน


โปรโมชั่นทำคิ้วฟรีนี้จะเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งเทรนมาทำให้ แล้วมีรุ่นพี่คอยเป็นคุณครูกำกับการ wax คิ้วอีกที  สถานที่คือชั้น 38 ของตึก Exchange Tower กลางสี่แยกอโศกเลย  พอเข้าไปจะเป็นห้องรวมกันให้นั่งทำหลายๆคนพร้อมกัน  จัดว่าไม่มีความเป็นส่วนตัวเลยแหละ  ไปถึงในห้องเจ้าหน้าที่จะเอาประวัติมาให้กรอกพร้อมทั้งให้เรากรอกประวัติผิวหน้าด้วยแล้วก็มีการถ่ายรูป Before เก็บเอาไว้เป็นประวัติด้วย  จากนั้นช่างที่ทำคิ้วให้เราก็จะมาสอบถามว่ามีการใช้ยารักษาสิว,ทำเลเซอร์ต่างๆในช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมาหรือเปล่า  ถ้ามี... ช่างก็จะแจ้งว่าทาง Anastasia ไม่รับผิดชอบถ้าหากเกิดการแพ้,ผื่น,บวม หรือ side effect ต่างๆที่อาจจะตามมา ถ้าทางลูกค้าเห็นว่าไม่เป็นไร (คือยอมจะรับความเสี่ยงเอง) ช่างก็จะเริ่มทำให้

ช่างที่ทำให้เราชื่อคุณติ๋วค่ะ  น่ารักทีเดียว ดูเป็นสาวหวานๆเรียบร้อย ถามแล้วเห็นว่าจะไปประจำอยู่สาขาเอมโพเรี่ยม



Before Waxing



ขั้นตอนในการออกแบบรูปคิ้ว


1.  ช่างจะทำการ mark จุดกึ่งกลางจมูก,โหนกคิ้ว,หางคิ้ว  ขั้นแรกนี้จะเป็นการใช้ปากกาจิ้มๆในรูป Before ที่เค้าถ่ายไปตอนแรกให้เราดูก่อน แล้วก็จะสอบถามความต้องการของลูกค้าว่าอยากได้ทรงคิ้วประมาณไหน ไม่ชอบแบบไหน ส่วนตัวเราบอกว่าไม่เอาโก่งกับบางมากก็พอ

2.  ทีนี้จะเป็นการ mark จุดโดยใช้พู่กันจุ่ม Gel Liner ตามจุดต่างๆไว้เป็นโครง  แล้วหลังจากนั้นช่างจะใช้ stencil มาทาบเป็นแบบกับคิ้วเราแล้วเริ่มวาดให้เป็นทรงคิ้วที่เหมาะกับกระบอกตาและรูปหน้าของเรา  ช่างแจ้งเราว่าโหนกคิ้วเรา 2 ข้างสูงไม่เท่ากัน ข้างซ้ายจะสูงกว่าข้างขวา และขนคิ้วข้างขวาเราบางกว่าข้างซ้ายพอสมควรเลย  ช่างจะอาศัยการออกแบบคิ้วนี้เพื่อปรับแก้ให้คิ้วทั้ง 2 ข้างของเราออกมาเท่ากันค่ะ

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดเลย ช่างใช้เวลาในการวาดทรงคิ้วเราอยู่นานมาก วาดไปแก้ไปเพื่อให้คิ้ว 2 ข้างเท่ากันให้ได้มากที่สุด  ทีนี้พอช่างมั่นใจแล้วเค้าก็จะให้รุ่นพี่มาเช็คว่ารูปคิ้วที่วาดไว้โอเคแล้วหรือยัง ของเราพอรุ่นพี่มาปุ๊บเค้าก็บอกให้แก้ตรงหัวคิ้วข้างขวาทันที  คือสายตาต้องแม่นมากว่าเท่ากันจริงแล้วหรือยัง  เพราะถ้า wax พลาดไปแล้วมันแก้ไม่ได้  พอแก้จนเป็นที่เรียบร้อย คุณครูโอเคปุ๊บช่างก็จะเอากระจกมาให้เราดูค่ะว่าเราพอใจกับรูปคิ้วที่เค้าวาดไว้หรือเปล่า  สภาพคิ้วตอนนี้ คือ "ชินจัง" ชัดๆ  เพราะช่างใช้ gel liner สีดำมาวาดเป็นคิ้วให้เรา  ส่วนที่เกินจากคิ้วชินจังที่วาดไว้คือส่วนที่จะต้อง wax ออกค่ะ

3.  ถึงขั้นตอนการ wax แล้ว  ช่างแจ้งว่าจะทำการ wax ทั้งหมด 9 จุดค่ะ ตอน wax ไม่เจ็บเท่าไหร่นะ  อาจจะเพราะเราเคย wax หนวดแล้วก็ได้ เพราะผิวบริเวณเหนือริมฝีปากนี่บอบบางมากๆ เวลา wax มันเลยเจ็บมากๆเลย

4.  เก็บรายละเอียดโดยใช้แหนบ ทีนี้แหละเจ็บจริง เพราะจะต้องโดนแหนบถอนขนทุกเส้นที่เล็ดรอดจากการ wax ไป  ส่วนตัวเราว่าอีตอนถอนนี่แหละที่เจ็บจริง ช่างเค้าละเอียดมาก เก็บรายละเอียด ส่องแล้วส่องอีก ขนเส้นเล็กเส้นน้อยนี่ไม่ให้เหลือเลย ก็เจ็บซี๊ดกันไป

5.  Mask สาหร่ายให้คิ้ว!!! อันนี้แปลกดี  เค้าจะเอา mask สาหร่ายมาโปะตรงที่เพิ่ง wax ไปเพื่อลดการอักเสบและระคายเคือง  ทิ้งไว้ซักพักจนกว่า mask จะแห้ง ก็ไม่นานหรอกค่ะประมาณ 5 นาทีแค่นั้นเอง  ได้ยินช่างคุยกันว่า mask สาหร่ายนี่เป็นแบบ VIP นะ ถ้าไปทำที่ร้านจริงๆต้องจ่ายเพิ่มอีก 200 บาท พอทำแล้วก็ไม่เห็นรู้สึกว่ามันดีอะไรจนจะต้องยอมจ่ายอีก 200 บาทเลยอ่ะ ถ้าไปทำที่ร้านจริงๆก็คงใช้ option ธรรมดาแค่ผ้าเย็นประคบคิ้วไว้แค่นั้นก็พอละ :P

6.  พอลอก mask สาหร่ายออก ช่างก็จะทำการตกแต่งคิ้วให้เราโดยใช้ eyebrow powder เป็นหลัก (ไม่ยักจะเห็นใช้ดินสอเขียนคิ้วซักนิดเลยนะ  อันนี้แอบแปลกใจเหมือนกัน)  หลังจากนั้นก็จะใช้ eyebrow gel mascara มาเซ็ตคิ้วให้เรา ..... ยังไม่จบจ้าาา นางยังเอาดินสอสีแชมเปญแบบแมตต์มาขีดๆเบลนด์ๆรอบๆคิ้วให้อีก  เพิ่งรู้นี่แหละว่าพอใช้ดินสอนี่แล้วจะทำให้โครงคิ้วดูชัดขึ้นขนาดนี้  คือปกติอยู่บ้านไม่เคยทำแบบนี้เลยไง 5555+  ยังไม่พอ! ยังมีดินสอสีแชมเปญแบบมีชิมเมอร์มาละเลงให้อีกรอบเพื่อให้คิ้วดูโดดเด้งยิ่งขึ้นไปอีก

....... จริงๆเท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการ Wax คิ้วแล้ว  คิ้วใหม่ได้รูปมาก ถูกใจเราจริงๆ ......

After Waxing


แต่........ วันนี้เหมือนโชคจะเข้าข้างยังไงไม่รู้  ช่างเสนอทำ option ให้เพิ่มคือ Upper Lip Treatment ก็จะมีการสครับปาก แล้วก็ Mask ปาก!!! เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับริมฝีปาก  จริงๆเท่านี้ก็เกินความคาดหมายแล้ว  พอคุณครูเค้าเดินมาตรวจคิ้วเราตอนทำเสร็จ นางคงเห็นว่าอิชั้นหนวดเยอะเหลือเกิน  นางเลยสั่งให้ช่างจัดการ wax หนวดเราเพิ่มอีกอย่าง!  ได้ยินคุยกันว่าเป็นเพราะช่างที่ทำให้เรายังไม่เคยสอบ wax หนวด  จะได้เป็นการสอบไปด้วยเลย  ทีนี้ช่างติ๋วเหมือนชีก็ยังไม่เคย wax หนวด พอปาด wax ให้เราปุ๊บโดนคุณครูเบรคเลยว่าทำผิด แล้วคุณครูก็เรียกไปสอนการ rolling wax แล้วให้ช่างทำต่อให้คุณครูดู  โฮ่ยยยย จะบอกว่า wax หนวดนี่เจ็บจริงๆ เจ็บจริงจังอ่ะ  เพราะเนื้อตรงนั้นมันอ่อนด้วย แล้วช่างที่ทำให้ก็ไม่ชำนาญด้วยเลยยิ่งเจ็บไปใหญ่เลย อ้อ... แอบตกใจอีกอย่างคือเค้า wax ลงมาถึงใต้ริมฝีปากด้วยอ่ะ คิดว่าจะ wax แต่ตรงหนวดเหนือริมฝีปาก ปรากฏว่าช่างติ๋วของอิชั้นสอบตกการ wax หนวดค่าาา (คุณครูประกาศตรงนั้นเลย - -")  และเนื่องด้วยนาง wax พลาดในครั้งแรกทำให้ยังมีหนวดหลงเหลืออยู่ จึงต้องเก็บรายละเอียดด้วยแหนบ! ชีวิตนี้ชั้นไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยนะว่าจะใช้แหนบถอนหนวดออกเนี่ย!!!!!!!  หลังจากนั้นก็ Mask สาหร่ายเหมือนตอน Wax คิ้วเลย


ช่างติ๋วโดนคุณครูเรียกให้ไปรับลูกค้าใหม่ที่นัดไว้  ส่วนเรานอนรอให้ mask สาหร่ายมันแห้งอยู่ เราก็คิดว่าโอเคเสร็จเรียบร้อยแล้วแหละ  จะได้กลับซะที  ตอนนอนรอก็คุยกับคุณครูไปเรื่อยเปื่อย (รู้สึกจะชื่อพี่อี๊ด .... กำลังท้องอยู่ด้วย ท้องโตเชียวแหละ)  พอ mask แห้งแล้วคุณครูหันไปเรียกช่างอีกคนนึงมาเอา mask ออกให้เรา  แล้วก็เก็บรายละเอียดหนวดอีกรอบ (เจ็บอีกแล้ว)  คุยไปคุยมาปรากฏว่าช่างคนนี้ยังไม่เคยสอบ Wax หน้าผาก  เลยให้ทำให้เราไปเลย เห็นนางว่าสีผิวจะได้สม่ำเสมอกัน  ไม่ใช่ว่าสีผิวช่วงรอบปากสว่างแล้วหน้าผากมืดมาเลย  เราว่างอยู่แล้ววันนี้เลยตอบตกลงไป  สรุปเลยได้ทำ wax หน้าผากเพิ่มอีกสิ่ง!  ตอนลอก mask สาหร่ายออกจากหนวดมันแอบมีตุ่มๆขึ้นตรงหนวด แล้วผิวตรงนั้นก็แดงมากๆด้วย พอตอน wax หน้าผากเสร็จก็ขึ้นตุ่มเหมือนกันเลยค่าาาา รู้สึกว่าหน้าเราระคายเคืองไปเลย วันนี้เลยไม่กล้าทำอะไรกับหน้ามาก แค่ใช้ Hada Labo ตบๆอย่างเดียวพอ


ดูจากรูป After จะเห็นว่าหน้าผากกับหนวดนี่ยังแดงมากอยู่เลย นี่คือเพิ่งลงมาจากตึก แวะช็อปที่ Boots ก่อนกลับ ^^"  ...... พอเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่จะเอาแบบประเมินความพึงพอใจมาให้เรากรอกพร้อมกับถ่ายรูป After เก็บไว้ด้วย  แต่พอจะถ่ายเราปุ๊บ กล้องแบตหมดค่ะคุณขา Profile เราเลยมีแต่รูป Before อย่างเดียว 555555+


สรุป treatments ที่ได้ทำวันนี้

1. Wax คิ้ว
2. Lip Treatment
3. Wax หนวด
4. Wax หน้าผาก


เป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ อาจจะเพราะมาวันสุดท้ายที่เค้ามีโปรนี้ด้วยเลยเป็นจังหวะที่ต้องสอบวัดผลฝีมือช่างพอดีเลยได้ทำหลายอย่างเลย  ประทับใจกับการบริการของ Anastasia นะ ออกแบบคิ้วมาได้ถูกใจ  กิริยามารยาทในการบริการก็ดีเยี่ยมเลย สมราคาคุยร้าน Wax ชื่อดังระดับ Hollywood แหละนะ  หลังจากนี้ถ้าขนคิ้วขึ้นเต็มแล้วก็คงไปเสียเงิน wax ที่ Anastasia แหละค่ะ  แต่คงไม่เลือก option mask สาหร่ายอะไรนั่นหรอกนะ :D



Friday, March 23, 2012

Catrice makeup **Haul and Swatches**

 

                Catrice เป็นเครื่องสำอางสัญชาติเยอรมันในระดับ Drustore ดังนั้นราคาจึงไม่แพง เหมาะมากกับนักศึกษาหรือสาวๆที่งบน้อย  อ่านหลายๆ comment บอกว่าราคาที่เอาเข้าไทยแล้วต่างจากที่ยุโรปแค่นิดหน่อยเอง น่ารักจริงๆเลย  ที่แปลกใจคือบริษัทที่นำเข้ามาคือบริษัทเดียวกับที่นำเข้า Canmake ทียี่ห้อนั้นบวกราคาจากที่ญี่ปุ่นไปเยอะมากเลย  เราว่ามันแพงเกินไป ทำใจซื้อ(ที่ไทย)ไม่ลง  ตอนไปญี่ปุ่นเลยไปขนซื้อมาเพียบ 

               เนื่องจากเห็นสาวๆในห้องแป้งกับจีบันมารีวิวเครื่องสำอางยี่ห้อนี้ถี่มากกกกก ทนไม่ไหวเลยไปจัดซะหน่อย  ได้เครื่องสำอางมาเล่นตามรูปเลยค่ะ ความจริงที่ตั้งใจไปเอาคือลิปสติกสีส้มนีออน เบอร์ 060 "Oh juicy" อย่างที่เห็นในรูป ส้มสะใจเหมาะกับ summer นี้มาก


                 อีกอย่างที่ตั้งใจไปเอาคือ Allround Concealer เป็น concealer และ corrector มาด้วยกันทั้งหมด 5 สีในราคาแค่ 190 บาท คุ้มค่าน่าเอามาลองเล่นมากเลย แต่ด้วยความที่มันฮอตฮิตมาก ของหมดอีกแล้วค่ะ!!!


             ของหมดหลายอย่างมากๆ ตอนที่เราช็อปอยู่ก็มีสาวๆแวะเวียนมาซื้อเรื่อยๆ แล้วก็พบว่าของที่ตั้งใจมาเอาหมดสต๊อคทั้งนั้นเลย ที่ได้มานี่คืออาศัยความสามารถในการช่วงชิงนิดนึงค่ะ



มาดูอย่างแรกที่ได้มาเลยดีกว่าค่ะ



                  ตัวนี้ตั้งใจไปเอาเพราะเห็นคุณ feteye_slim รีวิวไว้ในจีบันว่ามันดีมาก ราคาก็แค่ 120 บาทเท่านั้นเอง ส่วนตัวไม่ได้ใช้ Lip liner มาก่อนเลยตั้งใจว่าจะเอามาลองดูค่ะ ได้มา 2 สี สีแรกเป็นสีนู้ดๆเบลอๆแบบที่พี่โมเมชอบใช้ 020 "Nude'Relegion" กับสีแดงเซ็กซี่ 080 "Read My Lips!" รู้สึกเทรนด์ปากแดงจะกลับมาอีกแล้วเลยเอามาด้วย  เป็นลิปไลเนอร์แบบหมุนๆเอา ถูกใจตรงที่ไม่ต้องเหลานี่แหละ 

❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥



              Matt Mousse ตัวนี้เป็นรองพื้นเนื้อมูส เนื้อหยุ่นๆเด้งดึ๋งๆน่าใช้เลยแหละ ที่เลือกตัวนี้มาเพราะว่าตอนนี้อากาศร้อนมาก เหงื่อไหลทีรองพื้นแบบครีมละลายเอาง่ายๆ จากที่ลองปาดที่แขนรู้สึกว่าตัวนี้ไม่มันนะคะ พอเซ็ตตัวแล้วก็เนียนกลืนไปกับผิวเราเลย ให้ความรู้สึกสบายหน้า ไม่เหนอะหนะ ค่าตัวนางอยู่ที่ 270 บาท ปริมาณ 16g ถือว่าใช้ได้เลย แพคเกจก็ไม่ก๊องแก๊งอย่างที่คิดนะ เป็นกระปุกแก้วแข็งแรงและค่อนข้างหนักทีเดียว! ข้อเสียคือไม่เหมาะกับการพกพากระปุกมันหนักนี่แหละค่ะ  

             รองพื้นเนื้อมูสตัวนี้เอามา 2 สีเลย สีอ่อนคือ "Sand Beige" เป็นสีที่ใกล้เคียงกับผิวค่ะ ส่วนสีเข้ม "Sun Beige" เอามาไว้ทำ shading ตรงกรอบหน้าค่ะ  รองพื้นแบรนด์ยุโรปนี่เป็นอะไรที่ต้องไปลองเอาจริงๆนะ เพราะตอนแรกที่มองคิดว่าสี "Light Beige" น่าจะใกล้เคียงกับผิวเรามากที่สุด แต่พอลองปาดแล้วเนื้อรองพื้นออกชมพูมาก ซึ่งสาว undertone เหลืองอย่างเราๆใช้รองพื้นที่เนื้อออกชมพูแล้วหน้าจะหมองเลยต้องข้ามไปจนได้สี "Sand Beige" นี่แหละที่ออกเหลืองหน่อย


❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥






            Gel Eye Liner สีดำสนิท (Black Jack with Jack Black) ตัวนี้อ่านรีวิวมาอีกแล้วว่าใช้ดีกันน้ำ กันเหงื่อ ราคา 215 บาท ปริมาณ 4g ค่ะ เท่าที่ลองปาดดูเนื้อนุ่มลื่น ปาดแล้วลื่นปรี๊ดๆ ไม่มีสะดุดเหมือนกับ Etude Code B gel liner ตัวนั้นสีชัดจริงแต่เวลากรีดตาแล้วมันไม่ลื่นได้อย่างใจ กรีดแล้วสะดุดๆยังไงไม่รู้ เลยไม่ปลื้ม แต่ตัวนี้ความลื่นยกให้เทียบเท่ากับ Bobbi Brown gel liner ลูกรักเลย แต่ลองถูๆแล้วเป็นแพนด้า ฉะนั้นถ้าใช้ตัวนี้ก็ต้องระวังอย่าเผลอไปขยี้ตา ไม่งั้นกลายเป็นแพนด้าแน่นอน  อ้อ... เตือนก่อน สีดำกระปุกนี้เป็นกระปุกสุดท้ายที่ Loft แล้วนะคะ เผื่อใครจะตามไปซื้อก็ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าของหมดค่ะ แต่สีน้ำตาลยังมีเหลืออยู่หลายกระปุกเลย


❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥




                Color Show Lipgloss สี little red dress เท่าที่ลองพิกเมนท์ชัดดี สีสวย แต่ความติดทนนี่ไม่คาดหวังเท่าไหร่  เพราะลิปกลอสต่อให้แพงแค่ไหนกินน้ำหรือกินอะไรเข้าไปมันก็หายไปหมดอยู่ดี ตัวนี้ตั้งใจจะเอามาทาทับ Lip Liner สีแดงอีกที ค่าตัวนางอยู่ที่ 210 บาท ปริมาตร 5ml ราคาเท่านี้เติมได้บ่อยๆ แบบไม่ต้องคิดมากเลย  Lipgloss นี่ของยังเหลือเยอะนะคะ  มีให้เลือกหลายสีละลานตามาก สีก็ยังมีครบด้วย


❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥




             ดินสอเขียนคิ้ว เห็นราคาแค่ 135 บาท  (ถูกกว่า Maybelline, OP, Kate อีกนะ) เอามา 2 สีเลย สีน้ำตาลอ่อนคือ "Date With Ash-ton" ส่วนสีน้ำตาลเข้มชื่อ "Brow-n-eyed Peas" เสียอย่างเดียวคือเป็นดินสอแบบเหลา ไม่ใช่แบบหมุนๆออกมาเลย อีกด้านเป็น Spooly brush ไว้ปัดสีส่วนเกินเวลาเราลงน้ำหนักมือมากเกินไปแล้วก็ช่วยให้คิ้วเรียงตัวเป็นระเบียบด้วย

❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥





            สุดท้ายแล้วเป็นยาทาเล็บที่มี review ของฝั่งเมืองนอกกันเยอะมากว่าราคาน่ารัก คุณภาพโอเค ราคา 135 บาท มีสีให้เลือกเยอะ สีแรกที่เลือกมาเป็นสีดำแล้วมีวิ้งๆแบบ duochrome ชื่อสี "I wear my sunglasses at night" ชื่อสีเก๋ซะไม่มีอ่ะ  อีกสีเป็นสีน้ำตาลตุ่นๆออกแนว muddy ชื่อสี "From Dusk to Dawn" 


❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥❥



             Swatch นะคะ  (เรียงจากซ้ายไปขวา,บนลงล่าง)
             Gel liner : Black Jack with Jack Black > Eyebrow pencil : Date With Ash-ton > Eyebrow pencil : Brow-n-eyed-Peas > Lip Liner : Nude'Relegion > Lip Liner : Read My Lips! > Lipgloss : little red dress


Swatch รองพื้นเนื้อมูส  Sun Beige > Sand Beige



             เพิ่มเติม  สำหรับสาวๆที่อยากพุ่งตัวไปช็อปที่ Loft, Siam Discovery ชั้น 4 เนื่องจากตอนนี้ทาง Loft ได้ทำการ Renovate ร้านอยู่นะคะ บูทของ Catrice มันหลบอยู่หลังบันไดทางขึ้นชั้น 5 ใน Loft เลย วันนี้ไปเดินหาตั้งนาน จนสุดท้ายต้องถามพนักงานว่าบูทมันอยู่ไหน เพิ่มเติมอีกนิดว่า BA เป็นสาวประเภทสองที่หน้าตาน่ารัก ชีอัธยาศัยดี ไม่เหวี่ยง คอยแนะนำดี  ไม่น่ากลัวแบบ BA MAC เลย เพราะฉะนั้นสาวๆแวะไปได้เลยไม่ต้องกังวลเรื่อง BA เหวี่ยง  แถมเราซื้อเยอะด้วยทั้งหมด 1,870 บาท นางเลยแถมกระเป๋าเครื่องสำอางในรูปแรกให้เป็นของสมน้ำหน้าคุณ ^^"


.... ขอให้มีความสุขกับการ Shopping ค่ะ ....

Monday, November 28, 2011

REVIEW : Shu Uemura Eye Lash Curler ┃ ที่ดัดขนตาลุงชู

                ที่ดัดขนตาที่ครองใจมาเนิ่นนาน คืออออออ.... "ที่ดัดขนตาลุงชู" ผู้นี้นี่เองงงง (กรุณาอ่านโดยทำเสียงทีวีแชมเปี้ยนประกอบ)  ชื่อเต็มๆเค้า คือ "Shu Uemura Eye Lash Curler" นะคะ


ราคาเคาน์เตอร์ ::  760 บาท
ราคาหิ้ว             ::  450 บาท


                 เคยลองที่ดัดขนตาที่เค้าว่าเทพๆกันมาหลายตัวทั้ง Shisedo, Beauty Buffet, Lunasol ก็ค้นพบว่าไม่มีตัวไหนเข้ากับเบ้าตาเราได้เท่าลุงชูอีกแล้ววว  เปรียบเทียบกันเลยดีกว่า



  • Shisedo

                 ตัวนี้ยางใช้ได้เลย คือ ไม่แข็งจนเกินไป ไม่นิ่มจนเกินไป แต่ว่าความโค้งของเบ้าตามันไม่พอดีน่ะสิ พอดัดปุ๊บหนีบหนังตาให้ได้ร้องจ๊ากกันเลย สนนราคาถูกกว่าลุงชูเยอะพอสมควร จำได้ว่าราคาเคาน์เตอร์ 430 บาท


  • Beauty Buffet
                  ตัวนี้มีรีวิวออกมาเยอะมากกกกว่าใช้ดี ขนตาเด้ง แถมสนนราคาก็ถูกแสนถูก ได้มาราคา 115 บาทเท่านั้น จากราคาปกติ 165 บาท  แต่เห็นยี่ห้อนี้เค้าลดราคากันบ่อยๆอยู่แล้ว ใครอยากได้ราคาถูกต้องหมั่นคอยส่องร้านบ่อยๆ  ตัวนี้ยางแข็งมากกกกกก ไม่หนีบหนังตานะ แต่เหมือนมันเข้าไปไม่สุดโคนขนตา เลยทำให้ดัดไม่ได้งอนตั้งแต่โคนขึ้นมา อีกอย่างตัวนี้ถ้าเผลอมือหนักหนีบแรงๆนี่ขนตาหักจริงจังค่ะ

  • Lunasol
                    มาถึงแบรนด์โปรด บล็อกเกอร์หลายคนเคยพูดว่ามันเริ่ดอยู่  พอไปลองที่เคาน์เตอร์ก็พบว่าเข้ากับเบ้าตาได้พอดี แต่!!! ยางมันนิ่มเกินไปมาก เวลาจะดัดให้เด้งๆเลยรู้สึกว่าต้องใช้แรงเยอะกว่าปกติ แถมตอนนี้ขึ้นราคามาเท่าตัวเป็น 600 บาท จากเดิมที่ราคาแค่ 330 บาท เรียกได้ว่าราคาสูสีกับลุงชูเลยทีเดียว ทำให้แพ้ลุงชูอยู่ดีค่ะ